เมื่อรถไฟสุดหรูที่ควรจะเต็มไปด้วยความสุขในการเดินทางกลับกลายเป็นที่เกิดเหตุฆาตกรรมอันน่าสลดใจ และชายหนวดปริศนาอย่างเฮอร์คูล ปัวโรต์ ต้องมาไขคดีที่ซับซ้อนยิ่งกว่าทางรถไฟที่วกวน ฆาตกรรมบนรถด่วนโอเรียนท์เอกซ์เพรส (Murder on the Orient Express) ฉบับปี 2017 นำแสดงโดยเคนเนธ บรานาห์ ผู้รับบทปัวโรต์ และยังรับหน้าที่กำกับเองด้วย ท่ามกลางนักแสดงมากฝีมืออย่างจอห์นนี เดปป์, มิเชล ไฟเฟอร์, จูดี้ เดนช์ และอีกมากมาย หนังจะสามารถสานต่อตำนานของอกาธา คริสตี้ ได้หรือไม่? มาหาคำตอบกัน
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อรถด่วนโอเรียนท์เอกซ์เพรสออกเดินทางจากอิสตันบูลมุ่งหน้าสู่ปารีส ผู้โดยสารหลากหลายชนชั้นและชาติต่างขึ้นรถไฟ แต่คืนหนึ่งกลับเกิดเหตุฆาตกรรมนายเอ็ดเวิร์ด แรทเช็ตต์ (จอห์นนี เดปป์) ขึ้นในห้องพักของเขา ทุกคนตกเป็นผู้ต้องสงสัย รวมถึงคุณหญิงผู้สูงศักดิ์ มิชชันนารีสาว พ่อบ้านขี้โรค และอีกสารพัดตัวละคร เฮอร์คูล ปัวโรต์ นักสืบชื่อดังที่บังเอิญโดยสารมาด้วยจึงต้องรับหน้าที่ไขคดี ก่อนที่ฆาตกรจะลงมืออีกครั้ง หนังดำเนินเรื่องแบบคลาสสิกสืบสวนสอบสวน โดยปัวโรต์สัมภาษณ์ผู้ต้องสงสัยทีละคน รวบรวมเบาะแสเล็กๆ น้อยๆ จนนำไปสู่บทสรุปที่พลิกผัน
งานการแสดงและตัวละคร
จุดขายสำคัญของหนังเรื่องนี้คือการรวมตัวของนักแสดงระดับซูเปอร์สตาร์มากมาย เคนเนธ บรานาห์ ในบทปัวโรต์โดดเด่นด้วยหนวดอันเป็นเอกลักษณ์และสำเนียงฝรั่งเศสที่หนักแน่น เขาสื่อถึงความเฉลียวฉลาดและความเย่อหยิ่งของนักสืบผู้นี้ได้ดี ขณะที่ มิเชล ไฟเฟอร์ รับบทคุณนายฮับบาร์ดที่ดูโอ้อวดแต่แฝงชั้นเชิง จอห์นนี เดปป์ แม้จะมีเวลาบนจอไม่มาก แต่ก็ทิ้งความลึกลับไว้ให้คนดูสงสัย ส่วน จูดี้ เดนช์ และ วิลเลม ดาโฟ ก็ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับตัวละครของตน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีตัวละครมากถึง 13 คน ทำให้บางคนได้รับเวลาในการพัฒนาน้อยเกินไป กลายเป็นเพียงภาพประกอบในแผนที่คดี
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
ในฐานะผู้กำกับ เคนเนธ บรานาห์ เลือกใช้เทคนิคการถ่ายทำที่สวยงาม โดยเฉพาะการใช้มุมกล้องจากด้านบนเพื่อให้เห็นผู้ต้องสงสัยทั้งหมดในตู้รถไฟ ซึ่งสื่อถึงแนวคิดที่ว่าทุกคนเชื่อมโยงกัน ภาพรวมของรถไฟและทิวทัศน์หิมะขาวโพลนก็มีความอาร์ตสูง แต่บางครั้งการเน้นความสวยงามของภาพกลับทำให้การเล่าเรื่องช้าลง เพลงประกอบโดยแพทริก ดอยล์ มีกลิ่นอายคลาสสิก ช่วยเสริมบรรยากาศย้อนยุค แต่ก็ไม่ได้โดดเด่นจนน่าจดจำ โดยรวมแล้วงานภาพและดนตรีทำหน้าที่ได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ยังขาดความตื่นเต้นเร้าใจที่ควรจะมีในหนังสืบสวน
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
จุดแข็งของหนังคือการเคารพต้นฉบับของอกาธา คริสตี้ อย่างซื่อสัตย์ โดยเฉพาะบทสรุปที่ยังคงความพลิกผันและชวนให้ขบคิด อย่างไรก็ตาม การรีเมคในยุคสมัยนี้จำเป็นต้องเพิ่มมิติใหม่เพื่อไม่ให้ดูเชย แต่หนังกลับเลือกเดินตามรอยเดิมแทบทุกประการ ทำให้คนดูที่รู้เนื้อเรื่องอยู่แล้วอาจรู้สึกเบื่อหน่าย นอกจากนี้ การดำเนินเรื่องที่เน้นการสนทนาและการสัมภาษณ์อาจทำให้คนรุ่นใหม่ที่เคยชินกับหนังแอ็กชันรู้สึกช้า อย่างไรก็ตาม สำหรับแฟนนิยายสืบสวนคลาสสิก การได้เห็นปัวโรต์ไขคดีอย่างละเอียดและมีสไตล์ก็นับเป็นความบันเทิงที่คุ้มค่า
สรุป
ฆาตกรรมบนรถด่วนโอเรียนท์เอกซ์เพรส เป็นหนังสืบสวนที่ทำการบ้านมาดี มีนักแสดงคุณภาพ และภาพสวยงาม แต่การดำเนินเรื่องที่ช้าและขาดความสดใหม่ทำให้ไม่ถึงขั้นต้องรีบไปดู เหมาะสำหรับแฟนนิยายของอกาธา คริสตี้ หรือคนที่อยากดูหนังแนวสืบสวนแบบดั้งเดิม ส่วนคนที่คาดหวังความตื่นเต้นเร้าใจอาจต้องปรับอรรถรสเล็กน้อย
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +ทีมนักแสดงระดับตำนานที่เล่นเข้ากับบทบาทได้ดี
- +ภาพสวยงาม โดยเฉพาะมุมกล้องที่สื่อถึงความเชื่อมโยงของตัวละคร
- +บทสรุปยังคงซื่อสัตย์ต่อต้นฉบับของอกาธา คริสตี้
👎 จุดด้อย
- −การดำเนินเรื่องช้าและเน้นบทสนทนามากเกินไป
- −ตัวละครบางตัวมีเวลาน้อยจนขาดมิติ
- −ขาดความตื่นเต้นและความแปลกใหม่เมื่อเทียบกับฉบับเก่า
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ฉบับปี 2017 มีภาพที่สวยงามกว่าและใช้เทคนิคการถ่ายทำที่ทันสมัย ขณะที่ฉบับปี 1974 มีนักแสดงนำที่แตกต่างและบรรยากาศคลาสสิกกว่า เนื้อเรื่องหลักเหมือนกัน
เหมาะกับคนที่ชอบหนังสืบสวนสอบสวนแนวคลาสสิก ดราม่า และการไขปริศนาที่ซับซ้อน แต่ไม่เหมาะกับคนที่ชอบหนังแอ็กชันหรือจังหวะเร็ว
ไม่จำเป็น เพราะหนังเล่าเรื่องครบถ้วน แต่ถ้าอ่านนิยายมาก่อนจะช่วยให้เข้าใจรายละเอียดและความซับซ้อนของตัวละครมากขึ้น